วิธีลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของรถขนส่งสินค้า

การเลือกใช้รถขนส่งสินค้าที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและสภาพการขับขี่นั้นๆ โดยเฉพาะ ถือเป็นขั้นตอนแรกที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและลดอัตราสิ้น เปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่จำเป็นได้สูงสุด อันดับแรกคือการเลือกประเภทของรถบรรทุกที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานแต่ละประเภท เพื่อให้ท่านมีค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิงต่ำที่สุด โดยเราจะประมวลรูปแบบของการขับขี่ ถนนหนทางสภาพของพื้นที่ และจำลองน้ำหนักบรรทุกในระดับต่างๆ เพื่อเลือกสรรเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ชนิดของยาง และดอกยางที่เหมาะสม รวมไปถึงอัตราทดของเพลาท้ายที่มีความเหมาะสมที่สุดให้กับท่าน หากเครื่องยนต์มีกำลังต่ำเกินไปสำหรับภาระงาน ซึ่งผู้ขับขี่รถจะรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณ และจะเร่งกำลังเครื่องยนต์จนสูงเกินความจำเป็นซึ่งจะทำให้เกิดการเผาผลาญ เชื้อเพลิงสูงมาก อย่างไรก็ตาม รถบรรทุกที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงเกินความจำเป็นก็อาจจะส่งผลให้อัตราสิ้น เปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่าง โดยเฉลี่ยแล้ว รถบรรทุกที่ใช้วิ่งขนส่งระยะทางไกลๆ บนเส้นทางที่ราบเรียบจะใช้แรงม้าเพียง8-10 ตัวต่อน้ำหนักบรรทุกหนึ่งตันเท่านั้น ขณะที่รถขนส่งสินค้าสำหรับการขนส่งที่ต้องวิ่งๆ หยุดๆ บ่อยครั้งหรือใช้งานบนพื้นที่กันดารย่อมต้องการแรงม้าที่สูงขึ้นตามไปด้วย เป็นต้น เราสามารถเลือกอัตราทดเพลาท้ายให้เหมาะสมที่สุดกับความเร็วเฉลี่ยของรถขนส่งสินค้าทุกแต่ละคันได้ การเข้ารับการซ่อมบำรุงสามารถปกป้องประสิทธิภาพของรถขนส่งสินค้าให้สมบูรณ์และช่วยประหยัดเชื้อเพลิง สภาพสึกหรอจากการใช้งานอาจเป็นสาเหตุให้ สมรรถนะของรถบรรทุกค่อยๆเสื่อมถอยลงไป จึงควรตรวจสอบประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิง รวมทั้งควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าระบบและการติดตั้งต่างๆ ยังคงอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเหมือนเดิม ดังนั้นการเข้ารับบริการตามกำหนด ยังช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนการดำเนินงานล่วงหน้าได้และสร้างผลกำไรจากการ ดำเนินงานได้สูงสุดอีกด้วยการเข้าศูนย์บริการนอกระยะกำหนดจะยิ่งทำให้สิ้น เปลืองเชื้อเพลิงมากขึ้นและมีผลกระทบต่อการให้บริการรถรับจ้างขนส่งสินค้าของท่าน การใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดนั้น รถบรรทุกจำเป็นต้องได้รับการบำรุงรักษาอย่างถูกต้อง ซึ่งรวมไปถึงการตรวจสอบระบบอากาศ ระบบหล่อเย็นและระบบเชื้อเพลิง ซึ่งระบบเชื้อเพลิงที่มีประสิทธิภาพนั้นจะ ช่วยลำเลียงเชื้อเพลิงไปใช้ในเครื่องยนต์ได้ราบรื่นและมีประสิทธิผล อย่างไรก็ตามหากกรองเชื้อเพลิงหรือระบบอากาศอุดตันหรือสกปรกจะส่งผลให้ ปริมาณส่วนผสมระหว่างดีเซลกับอากาศไม่สม่ำเสมอ ส่วนผสมที่มีอากาศน้อยเกินไปต้องอาศัยเชื้อเพลิงมาช่วยในการจุดระเบิดมาก ขึ้น ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ความดันลมยาง และการตั้งศูนย์ล้อ ควรปรับให้มีความเหมาะสมกับสภาพการทำงานอาทิ […]

Read More »

การบริหารต้นทุนของบริษัทขนส่งสินค้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง

การบริการการจัดการในธุรกิจบริษัทขนส่งสินค้าเป็นปัจจัยที่เอื้อผลสำคัญต่อรายได้ ประสิทธิภาพการดำเนินงาน การลดต้นทุน การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า มีเทคนิคและหลักการในหลายประเด็นที่นำมาซึ่งการสร้างปรัชญาทางการบริหารที่ ประสบความสำเร็จในธุรกิจ เจ้าของธุรกิจหรือผู้ประกอบการจึงต้องแสวงหาซึ่งความรู้ใหม่ และเรียนรู้ในการจะนำหลักการบริหารที่ดีมาพัฒนากิจการให้มากที่สุด ศาสตร์การจัดการในธุรกิจขนส่งเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงระบบการ บริหารจัดการในธุรกิจ เรื่องของต้นทุนที่เกิดจากค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (Fuel cost) ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงจัดได้ว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมากเทียบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด ถ้าท่านทราบถึงสาเหตุของการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้ลดลงได้อย่างมากด้วย น้ำมันเชื้อเพลิงให้กำลังงานได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงจากน้ำมันเชื้อเพลิงไปเป็นพลังงานกลโดยจะเห็นได้ว่าน้ำมันทั้งหมดจะเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานและการสูญเสียที่ส่วนต่าง ๆรวมกัน ซึ่งสัดส่วนของพลังงานที่ได้ออกมาจริงๆจึงขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ต้นเหตุของการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต้นเหตุของการสิ้นเปลืองแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ ๆ ได้คือ 1. ข้อมูลทางเทคนิคที่ควบคุมได้, 2. การบำรุงรักษาเครื่องยนต์ , 3. สภาวะแวดล้อมภายนอก ,4. วิธีการขับขี่ ข้อมูลทางเทคนิคที่ควบคุมได้ ข้อมูลทางเทคนิคนี้เป็นส่วนที่สามารถควบคุมให้อยู่ในสภาวะที่ถูกต้องและเหมาะสมได้ โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อใหญ่ได้แก่ น้ำหนักบรรทุกและความสูง, การขับเคลื่อน, จำนวนยางและเพลา, แรงต้านอากาศ น้ำหนักบรรทุกและความสูงที่เพิ่มขึ้น การเพิ่มน้ำหนักบรรทุกจากน้ำหนักบรรทุกปกติจะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 0.05-0.06 ลิตร/กม. ทุก ๆ 10 ตัน ในขณะที่ความสูงเกิน 3.6 เมตร จะทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 0.01 ลิตร/กม. ในทุก ๆ ความสูง […]

Read More »

จัดการขนส่งสินค้าด้วยตนเองหรือจัดจ้างบริษัทขนส่งภายนอกดี?

การขนส่งสินค้าโดยการว่าจ้างบริษัทขนส่งสินค้าภายนอกของผู้ประกอบการธุรกิจที่ให้บริการโลจิสติกส์หรือที่เรียกว่า ผู้ให้บริการโลจิสติกส์บุคคลที่สาม (Third-Party  Logistics  Provider, 3PL) ซึ่งเป็นบริษัทขนส่งสินค้าต่างๆ เป็นทางเลือกที่เติบโตขึ้นเป็นอย่างมากในประเทศไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งการตัดสินใจว่าจะจัดจ้าง(Outsource) ผู้ให้บริการเข้ามาปฏิบัติการให้ แทนที่ผู้ประกอบธุรกิจจะดำเนินการด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เจ้าของสินค้าไม่ต้องจัดการขนส่งสินค้าด้วยตนเอง โดยจะต้องคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ปัจจัยด้านต้นทุนของการขนส่งสินค้า มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนอยู่สองสามข้อในการที่เราไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์ นั่นก็คือ ต้นทุนในด้านเงินทุนผ่านทางการใช้บริการโลจิสติกส์ เพราะบริษัทที่เป็นลูกค้าไม่จำเป็นต้องลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรต่างๆ เช่น พาหนะและอุปกรณ์ต่างๆ เหมือนกับที่จะต้องลงทุนถ้าทำการขนส่งสินค้าด้วยตนเอง ดังนั้น เงินทุนส่วนนี้สามารถนำมาลงทุนในด้านอื่นๆ ของธุรกิจที่สร้างผลกำไรได้มากกว่า เช่น เครื่องจักรใหม่ๆ สำหรับการผลิต ร้านค้าปลีก ฯลฯ นอกจากต้นทุนในด้านเงินทุนซึ่งเป็นต้นทุนที่เห็นได้ชัดเจนแล้ว ผู้ให้บริการโลจิสติกส์อาจจะสามารถเฉลี่ยต้นทุนการบริหารจัดการ และทรัพยากรในองค์กรไปยังลูกค้าหลายๆ ราย ทำให้ต้นทุนของลูกค้าแต่ละรายต่ำลงนอกจากนี้ เราจะสามารถลดต้นทุนด้านการบริหารควบคุมซึ่งเป็นต้นทุนแฝงและคำนวณเป็นตัวเงินได้ยาก รวมไปถึงต้นทุนด้านการปฏิบัติการ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง หรือค่าแรงพนักงาน ในกรณีที่เราดำเนินการเอง อาจจะสูงกว่าผู้ให้บริการโลจิสติกส์ดำเนินการก็ได้ เนื่องจากความชำนาญที่แตกต่างกันแต่ก็ใช่ว่าการจัดจ้างบริษัทรับจ้างขนส่งสินค้าจะลดต้นทุนเสมอไป ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการ เปลี่ยนแปลงจากการปฏิบัติการขนส่งด้วยตนเองไปสู่การใช้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์อาจจะสูงกว่าได้ เพราะผู้ให้บริการโลจิสติกส์เองก็ต้องมีค่าปฏิบัติการเช่นเดียวกัน และยังต้องบวกผลกำไรของบริษัทของเขาไว้ด้วยดังนั้นการสรรหาและคัดเลือกผู้ให้บริการขนส่งสินค้าก็เป็นขั้นตอนที่สำคัญอันดับแรก ปัจจัยด้านการบริการของการขนส่งสินค้า ปัญหาหนึ่งที่มักจะมีการพูดถึงกันบ่อยคือ ระดับของการบริการระหว่างการปฏิบัติการการขนส่งสินค้าด้วยตนเองและการปฏิบัติการการขนส่งผ่านบริษัทรถขนส่งสินค้า แบบใดจะมีระดับของการบริการสูงกว่ากัน […]

Read More »

การจัดจ้างผู้ให้บริการขนส่งสินค้า(Logistics Outsourcing)

พัฒนาการที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งทางด้านการขนส่งสินค้า คือ การใช้บริการของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ ที่เพิ่มมากขึ้น หรือที่เรียกว่า การจัดจ้างบริษัทขนส่งสินค้า ซึ่งแรงผลักดันที่ทำให้เกิดการจัดจ้างนั้นก็มีสาเหตุจากหลายประการ ตั้งแต่การลดต้นทุนถึงความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีของ ผู้ให้บริการรถขนส่งสินค้า ซึ่งนอกจากความคาดหวังที่เราต้องการจากการจัดจ้างนั้น เราก็ยังจะต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดจ้าง โดยเราจะเริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจก่อนว่า การจัดจ้างนั้นคืออะไร และผลประโยชน์และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการจัดจ้างนั้นจะมีอะไรบ้างความหมายของการจัดจ้าง  ซึ่งเป็นสถาบันทางด้านการจัดการอุปทานที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้ให้คำจำกัด ความของคำว่าจัดจ้างไว้ว่า การจัดจ้าง คือ รูปแบบหนึ่งของการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือทำเอง ซึ่งองค์กรเลือกที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ที่องค์กรนั้นเคยผลิตเอง หรือการบริการที่องค์กรนั้นเคยทำเอง การจัดจ้างจะเกี่ยวข้องกับการจัดหา และการใช้ผู้ให้บริการที่รับจ้างในการส่งมอบสินค้าหรือบริการที่สำเร็จแล้ว แทนที่จะจัดหาวัตถุดิบแล้วนำมาผลิตหรือทำให้สำเร็จเอง ฉะนั้น การจัดจ้างโลจิสติกส์ ก็คือ การที่องค์กรเลือกใช้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์เข้ามาท้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้าน โลจิสติกส์แทนที่องค์กรนั้นจะทำเองแรงผลักดันที่ทำให้เกิดการริเริ่มการจัดจ้างการริเริ่มการจัดจ้างนั้นอาจจะเกิดจากหลายเหตุผล ซึ่งมักจะเกิดจากแรงผลักดันข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ • เพื่อตอบสนองต่อแรงกดดันจากผู้บริหาร ไม่ว่าแรงกดดันนั้นจะมาจากบอร์ดของบริษัท ผู้ถือหุ้น หรือผู้บริหาร ซึ่งเป็นตัวผลักดันการตัดสินใจที่มีประสิทธิผลต่ำที่สุด • เพื่อเป็นการลดปัญหาการปฏิบัติการที่มีอยู่ ปัญหาการปฏิบัติการที่มีอยู่สามารถที่จะเป็นแรงกระตุ้นที่ดี และหากมีความท้าทายในการปฏิบัติการ อาจจะเป็นแรงผลักดันที่เหมาะสมสำหรับการตัดสินใจเลือกการจัดจ้าง • เพื่อเป็นการเติมเต็มความต้องการ เมื่อคุณได้เล็งเห็นช่องว่างระหว่างสิ่งที่คุณเป็นอยู่ในขณะนี้กับสิ่งที่คุณต้องการจะเป็น หรือสิ่งที่เป็นไปได้ ผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการจัดจ้าง เป้าหมายทางธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น การยอมให้มีการจัดจ้างในงานบางอย่างเช่นการขนส่งสินค้าเป็นต้น จะทำให้บริษัทต่างๆ สามารถมุ่งความสนใจไปยังทักษะและธุรกิจหลักของตนรวมทั้งประเด็น ทางธุรกิจอื่นๆ อันได้แก่ การสร้างแบรนด์ กลยุทธ์ และการวางแผน […]

Read More »

กรมการขนส่งทางบก ออกมาตรการเสริมควบคุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน

ตามนโยบาย คสช กำหนดให้รถบรรทุกไม่ประจำทาง70จัดทำใบกำกับการขนส่งสินค้าระบุชนิดน้ำหนัก และจุดส่งสินค้า มีผลบังคับตั้งแต่1พฤศจิกายน2557เป็นต้นไป นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบกเปิดเผยว่า ตามที่พลอากาศเอกประจิน จั่นตองรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการแก้ปัญหารถบรรทุกไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการขนส่ง ทั้งการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด การไม่ตรวจสอบสินค้าและควบคุมการบรรทุก จนเป็นสาเหตุของปัญหาอุบัติเหตุ อาชญากรรม การแพร่ขยายของยาเสพติดให้โทษ และการทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง เช่น ถนนและสะพาน ก่อให้เกิดความเสียหายโดยรวมของประเทศ  โดยได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกหามาตรการเสริม ในการกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ควบคุมกำกับดูแลการขนส่งอย่างเป็นรูปธรรม กรมการขนส่งทางบกโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เมื่อวันที่4กันยายน2557 จึงกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งจะต้องจัดทำใบกำกับการขนส่งไว้ประจำรถขณะทำการขนส่งเพื่อใช้สำหรับการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ แบบใบกำกับการขนส่ง หลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติให้เป็นไปตามที่อธิบดีกำหนดซึ่งจะแจ้งให้ผู้ประกอบการบริษัทขนส่งสินค้าได้ปฏิบัติอย่างถูกต้องโดยเร็วต่อไป โดยในส่วนของการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุก(รถ70)จะกำหนดไว้เป็นเงื่อนไขเกี่ยวกับมาตรฐานบริการในการประกอบการขนส่งตามมาตรา32(6)ในใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถที่ใช้ในการขนส่งสัตว์หรือสิ่งของ(รถ70)โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่1พฤศจิกายน2557เป็นต้นไปทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งฝ่าฝืนละเลยไม่จัดทำใบกำกับการขนส่งให้ถูกต้องครบถ้วนจะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2522ข้อหาความผิดตามมาตรา34ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด และมีบทลงโทษตามมาตรา31 มีโทษปรับไม่เกิน50,000บาทอธิบดีกรมการขนส่งทางบกกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการประกอบการขนส่งด้วยรถบรรทุกส่วนบุคคล(รถ80)กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดเป็นมาตรการป้องกันการบรรทุกน้ำหนักเกินไว้ในร่างกฎกระทรวงก้าหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างนำเสนอกระทรวงคมนาคมให้ความเห็นชอบเพื่อประกาศใช้ต่อไป ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้กำชับให้สำนักงานขนส่งทุกแห่ง ประชุมหารือผู้ประกอบการขนส่งทำความเข้าใจในระเบียบปฏิบัติและเข้มงวดตรวจสอบสมรรถนะของรถขนส่งสินค้าและคนขับรถอย่างต่อเนื่องและจริงจัง รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ตรวจการออกตรวจสอบสภาพรถและคนขับรถบรรทุกสินค้าในขณะปฏิบัติหน้าที่ บนถนนสายหลักและสายรองให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และในอนาคตมีนโยบายที่จะออกกฎหมายหรือข้อบังคับเพื่อเอาผิดเจ้าของสินค้า ที่มีส่วนทำให้เกิดการบรรทุกน้ำหนักเกินด้วย หากประชาชนพบเห็นรถบรรทุกไม่ปลอดภัย หรือคนขับรถไม่อยู่ในสภาพพร้อมทำหน้าที่บนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ที่หมายเลขโทรศัพท์1584ตลอด24ชั่วโมง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในท้ายที่สุด

Read More »

Why Choose Us

รถรับจ้าง รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า แบบเหมาเที่ยวทั่วประเทศไทย

การให้บริการ รถรับจ้าง ที่ดีเยี่ยม

การให้บริการ รถรับจ้าง ที่ดีเยี่ยม เนื่องจากในธุรกิจการจ้างผู้ให้บริการ รับจ้างขนของ หรือ รถขนส่งสินค้า สิ่งที่พบได้บ่อยๆก็คือผู้ให้บริการรับจ้างขนของ จะได้รับคำตำหนิจากลูกค้า เนื่องจากถ้าหากลูกค้าจ้างบริษัทที่มีการบริการที่แย่ หรือไม่มีจิตใจที่รักในการบริการ (Service Mind)  ไม่เข้าไปนั่งในใจของลูกค้าว่าต้องการให้ผู้ให้บริการ ดูแลสินค้าของพวกเขาอย่างไร ทำให้ผู้บริการบางรายปฎิบัติการขนส่งสินค้าโดยไม่รอบคอบ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อธุรกิจหรือสินค้าของลูกค้า เช่น สินค้าบางชนิดเกิดการเสียหายหรือแตกหักหรือบอบช้ำได้ง่าย ต้องใช้ความระมัดระวังในการขนถ่ายสินค้าขึ้นหรือลงจาก รถบรรทุก การขับขี่รถบรรทุก ของพนักงานขับรถ ต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะในเส้นทางที่ถนนไม่ค่อยเรียบ หรือเป็นหลุมบ่อ ถ้าหากพนักงานขับขี่รถโดยขาดความระมัดระวังก็อาจตกหลุมบ่อ สินค้าเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นขั้นตอนการคัดเลือกพนักงานขับรถรับจ้างของเรา จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งจะต้องคัดเลือกพนักงานที่มีประวัติดี ไม่มีประวัติการเกิดอุบัติเหตุ หรือการติดยาเสพติด เพื่อที่จะให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับการบริการที่ดีที่สุดเราพร้อมช่วยแก้ ปัญหาให้กับลูกค้าและไม่ทิ้งงานลูกค้า

รถรับจ้าง รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า แบบเหมาเที่ยวทั่วประเทศไทย

รถรับจ้าง กับความเชี่ยวชาญในการให้บริการขนส่งสินค้า

รถรับจ้าง จากผู้ให้บริการ รถขนส่งสินค้า ที่เชี่ยวชาญการขนส่งสินค้า รถรับจ้าง ไม่ประจำทางจากผู้ให้บริการ รถขนส่งสินค้า  เราจะตัดสินใจเลือกใช้บริการอย่างไร ประเด็นนี้เป็นอีกประเด็นที่ลูกค้าจะต้องคำนึงถึงเนื่องจากผู้ให้บริการบางรายจะมีความถนัดในเรื่องของการส่งสินค้าประเภท นั้นประเภทเดียว (Specific) ข้อเสียก็คือถ้าบริษัทผู้ว่าจ้างมีการส่งสินค้าที่หลากหลายประเภท จะส่งผลให้ผู้ว่าจ้างอาจจะต้องว่าจ้างบริษัทขนส่งหลายๆ บริษัท ซึ่งส่งผลให้การดำเนินการดูแลหรือควบคุมการขนส่งสินค้า ทำได้ยากขึ้นอีกด้วย ในข้อนี้เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เพราะมีประสบการณ์ด้านการบริการขนส่งที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นการ รับจ้างขนส่งสินค้าเกษตร สินค้าโรงงาน ผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคเป็นต้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีข้อผิดพลาดหรือความเสียหายของสินค้าที่เกิดจาก การจัดการขนส่งสินค้าที่ไม่ถูกต้อง การขาดความเอาใจใส่หรือมองข้ามรายละเอียดข้อควรระวังต่างๆในการขนส่งสินค้า หรือแม้แต่การดูแลรักษารถบรรทุกที่ให้บริการให้มีสมรรถนะดีอยู่เสมอเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากความบกพร่องของตัวรถขนส่งสินค้าเพราะขาดการดูแลเอาใจใส่ ประเด็นนี้ลูกค้าหลายรายไม่ได้ให้ความสำคัญเท่าที่ควร ดังนั้นควรเลือกใช้บริการขนส่งสินค้าจากผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสินค้าและธุรกิจของคุณ

รถรับจ้าง รถรับจ้างขนของ รถขนส่งสินค้า แบบเหมาเที่ยวทั่วประเทศไทย

การตรงต่อเวลา

การตรงต่อเวลาของ บริษัทขนส่งสินค้า บริษัทขนส่งสินค้า ต่างๆถือว่าเรื่องของการตรงต่อเวลา ในการให้บริการเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เนื่องจากโดยทั่วไปลูกค้าคาดหวังว่าสินค้าที่ต้องการให้ส่งไปนั้นจะต้องไปถึงที่หมายด้วยความรวดเร็วทันเวลานัดหมาย ซึ่งในเรื่องของความตรงต่อเวลาในบริการ อาจจะเป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษในการคัดเลือกผู้ให้บริการ ที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสบการณ์เชี่ยวชาญในการให้บริการขนส่งสินค้า ซึ่งเราเข้าใจความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดีและไม่เคยเบี้ยวนัดลูกค้า เนื่องจากเราจัดตารางรับงานบริการ รถรับจ้างขนของ ที่ไม่เกินกำลังทำให้สามารถบริหารจัดการระยะเวลา การขนส่งสินค้าได้ดี สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการของเราสามารถติดต่อได้ที่ Hotline: 081-8556152 , 097-1327929  ครับ